รางวายเวย์
Technology

วิธีการเลือกใช้รางวายเวย์ให้เหมาะสม และปลอดภัย

รางเดินสายไฟฟ้า หรือ รางวายเวย์  เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ขาดไม่ได้ในการเดินสายไฟทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นในอาคาร ในสำนักงาน หรือในโรงงานอุตสาหกรรม โดยจุดเด่นของรางก็คือจะช่วยจัดระเบียบสายไฟให้เป็นหมวดหมู่มากกว่าเดิม ดูสวยงามไม่เกะกะ ที่สำคัญก็คือง่ายต่อการซ่อมบำรุงในภายหลัง และยืดอายุการใช้งานของสายไฟให้นานกว่าปรกติ  ถึงแม้ว่ารางเดินสายไฟวายเวย์จะมีประโยชน์ในการเดินสายไฟก็ตาม ในการติดตั้งก็ต้องติดตั้งให้ถูกตามข้อกำหนดที่ทาง วสท. ได้กำหนดเอาไว้ เพื่อให้สายไฟได้ถูกเก็บอย่างถูกต้อง และเป็นการป้องกันข้อผิดพลาดต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในรางไฟฟ้าด้วย ดังนั้นเราจะมาดูเกี่ยวกับข้อกำหนดของการติดตั้งรางไฟฟ้าวายเวย์กันก่อน ว่าเขาบอกไว้อย่างไรบ้าง  ข้อกำหนดในการติดตั้งรางไฟฟ้าวายเวย์  1.จำนวนสายไม่เกิน 30 เส้น   หมายความว่าจะนวนสายไฟฟ้าที่มีกระแสไฟฟ้าไหลเวียนทั้งหมด จะต้องมีจำนวนไม่เกิน 30 สายในรางเดียว หากเป็นสายสัญญาณหรือเป็นสายทที่ควบคุมการทำงานของมอเตอร์ จะไม่ถือว่าเป็นสายไฟฟ้าที่มีกระแสไฟฟ้าไหล  2.พื้นที่ต้องไม่เกิน  หมายความว่าพื้นที่หน้าตัดของสายไฟทั้งหมดในราง จะต้องมีพื้นที่หน้าตัดของสายไฟและฉนวนรวมกันแล้ว ไม่เกิน 20 เปอร์เซ็นต์ภายในรางวายเวย์ ในกรณีที่มีสายไฟเกิน 30 สายขึ้นไป ให้ใช้ตัวคูณลดกระแสบเข้ามาลดจำนวนสาย ซึ่งจะมีวิธีการคำนวณบอกเอาไว้อยู่แล้วในส่วนนี้  3.ใช้งานในที่เปิดโล่ง  เพราะส่วนใหญ่การใช้งานรางไฟฟ้าวายเวย์ จะใช้กับสายไฟขนาดใหญ่อย่างเช่นในโรงงานหรือในอาคาร ดังนั้นการติดตั้งจึงต้องติดตั้ง รางวายเวย์  ในพื้นที่โล่งเท่านั้น เพื่อให้สะดวกในการซ่อมบำรุงหรือติดตั้ง จะได้เข้าถึงได้ตลอดเวลา  4.ห้ามติดตั้งในพื้นที่โล่ง  รางไฟฟ้าวายเวย์เหมาะกับการติดตั้งในที่ร่มเท่านั้น ไม่เหมาะกับการติดตั้งในที่แจ้งหรือที่โล่ง อย่างเช่นที่ที่เสี่ยงเกิดอันตรายทางกายภาพกับราง ไม่เหมาะที่จะติดตั้ง เพราะเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายกับราง และสายไฟนางได้  5.กรณีที่ต้องใช้ในที่โล่ง  หากจำเป็นต้องใช้รางไฟฟ้าวายเวย์ติดตั้งในที่โล่ง รางที่ใช้ควรจะเป็นรางที่สามารถกันฝนได้เท่านั้น ไม่ควรใช้รางชนิดเดียวกันกับที่ติดตั้งในที่ร่ม เพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น  …

Continue Reading
เกียร์เซอร์โว
Technology

หลักการทำงานของเกียร์เซอร์โว

เซอร์โวมอเตอร์ เป็นมอเตอร์ที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมอีกชนิดหนึ่ง หน้าที่หลักของเซอร์โวมอเตอร์คือจะใช้เป็นอุปกรณ์สำหรับควบคุมความเร็ว แรงบิด ของเครื่องจักรในโรงงาน โดยการทำงานของตัว เกียร์เซอร์โว หรือมอเตอร์เซอร์โวนี้จะทำงานได้ ต้องอาศัยการป้อนข้อมูลจากผู้ใช้ก่อน เพื่อใช้เป็นคำสั่งสำหรับควบคุมตัวเซอร์โวมอเตอร์  โดยทั่วไปเซอร์โวมอเตอร์จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ DC Servo Motor และ AC Servo Motor และยังแบ่งลักษณะของเซอร์โววมอเตอร์ออกได้อีกดังนี้คือ  ชนิดที่มีแปรงถ่าน ลักษณะจะเหมือนกันมอเตอร์ดีซีทั่วไป คือจะใช้แปรงถ่านและขดลวดคอมมิวเตอร์  ชนิดที่ไม่มีแปรงถ่าน จะใช้ลดลวดถาวรเข้ามาแทนที โดยตัว AC Servo มีทั้งแบบซิงโครนัสและอะซิงโครนัส  ขั้นตอนการทำงานของเกียร์เซอร์โว  อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่าเซอร์โวมอเตอร์ ไม่สามารถทำงานด้วยตัวเองได้ ดังนั้นจึงต้องมีอุปกรณ์ชนิดอื่นเข้ามาร่วมด้วย ได้แก่  1.คอนโทรลเลอร์ (Controller)  คือตัวที่ใช้สำหรับรับคำสั่งงจากผู้ใช้งานว่าต้องการอยากจะให้ตัวเซอร์โวมอเตอร์ทำงานอย่างไร เช่นการกำหนดความเร็ว กำหนดระยะทาง ตัวคอนโทรลเลอร์จะเป็นตัวที่กำหนดการคำสั่งงต่อไปใช้กับเซอร์โวมอเตอร์  2. เซอร์โวไดรฟ์เวอร์ (Servo Driver)  เป็นอุปกรณ์ชิ้นต่อมาที่จะทำหน้าที่รับคำสั่งจากตัวคอนโทรลเลอร์ เพื่อที่จะนำมากำหนดค่าต่างๆ ให้สมารถสั่งการกับเซอร์โวมอเตอร์ได้ หลายท่านอาจจะคิดว่าทำไมถึงต้องใช้ตัวเซอร์โวไดรฟ์ด้วย ไม่ป้อนคำสั่งโดยตรงกับให้กับตัวเซอร์โวมอเตอร์ไปเลย จะบอกว่าเราไม่สามารถทำได้ เนื่องจากค่าที่ใช้ในการป้อนข้อมูลให้กับตัวคอนโทรลเลอร์ ไม่ใช้เป็นค่าเดียวกันที่ป้อนจากเซอร์โวไดร์ฟ   หลังจากที่ได้รับคำสั่งจากคอนโทรลเลอร์มาแล้ว เซอร์โวไดร์ฟจะทำหน้าที่ในการเปลี่ยนค่าและกำหนดความเร็ว แรงบิด และตำแหน่งของการเคลื่อนที่ใหม่ จากนั้นจึงจะส่งไปยังตัวเซอร์โวมอเตอร์ต่อไป ฉะนั้นหากต้องใช้เซอร์โวมอเตอร์ จำเป็นจะต้องใช้ตัวเซอร์โวไดร์ฟด้วยเสมอ  3. เซอร์โวมอเตอร์ (Servo Motor)  เป็นอุปกรณ์ในขั้นสุดท้ายที่รับคำสั่งมาจากเซอร์โวไดร์ฟ หน้าที่หลักของ เกียร์เซอร์โว หรือเซอร์โวมอเตอร์ จะทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนเคลื่องจักรตามที่ได้ป้อนข้อมูลเอาไว้จากคอนโทรลเลอร์มาในครั้งแรก นอกจากจะทำงานตามคำสั่งแล้ว เซอร์โวมอเตอร์ยังทำหน้าที่ในการส่งค่าต่างๆ กลับไปยังตัวเซอร์โวไดร์ฟเวอร์ด้วย ว่าการทำงานของเซอร์โวไดร์ฟ ทำงานเป็นปรกติหรือไม่  เช่น …

Continue Reading